วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

RE: VIVACHARAWONGSE OFFICIAL RELEASE จดหมายจากครอบครัววิวัชรวงศ์

จดหมายฉบับนี้เป็นจดหมายที่ท่านเขียนมาให้แก่คนในเวปของท่านได้อ่าน ท่านใดที่ได้อ่านแล้วไม่ควรนำออกไปเผยแพร่ข้างนอกเพื่อให้บุคคลอื่นเข้าใจผิด รวมทั้งไม่ได้มีเจตนาที่จะเกี่ยวข้องกับทางสถาบันแต่อย่างใด และ เราก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง นี่เป็นการพูดคุยกับในเวปที่ชื่นชอบท่านจริงๆ กรุณาอ่านอย่างเดียวในที่นี้นะคะ ไม่เช่นนั้นเวปของเราอาจจะถูกปิดได้ ซึ่งเราก็ไม่อยากให้มันเป็นเช่นนั้น ขอย้ำนะคะไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งและอย่านำไปตัดต่อเพื่อเผยแพร่ในทางที่ผิด อย่าเอาท่านไปเป็นเครื่องมือในทางสถาบันเลยค่ะ ท่านแค่ติดต่อกับคนที่ชื่นชมท่านเท่านั้นจริงๆ



ถึง ท่านทั้งหลาย

หลาย ปีที่ผ่านมาพวกเราได้ทำตามคำสั่งของ ทูลหม่อมพ่อ สมเด็จพระบรมฯ คือให้เราอยู่ต่างประเทศอย่างเงียบๆ อย่างไรก็ดี หลายคนทั้งในประเทศไทย และ ต่างประเทศ
ได้ สอบถามเกี่ยวกับเรา และสงสัยว่าเราอยู่ที่ไหนในการตอบคำถามต่างๆนี้ เราคิดว่าเป็นโอกาศที่ดีที่จะอธิบาย สถานการณ์ของเราใน อีเมล์ ต่อไปนื้

ด้วยความนับถือ
จุฑาวัชร      วัชเรศร
จักรีวัชร       วัชรวีร์


Dear Sir or Madam:

For many years we have obeyed the orders of our father, His Royal Highness Crown Prince Maha Vajiralongkorn Mahidol, to remain abroad in silence. However, over time, many people in Thailand and abroad have inquired about us or made speculations about our whereabouts, which may or may not be true. In answer to these questions, we feel that this is a good opportunity to reveal ourselves in order explain our situation. Please find our words attached to this email.

Truly Yours,

/s/ Juthavachara                        /s/ Vacharaesorn
Juthavachara                             Vacharaesorn

/s/ Chakriwat                               /s/ Vatchrawee
Chakriwat                                    Vatchrawee



Dear Friends,

This year marks the fifteenth year that we have been living abroad. Over the years, we
have received many kind words of encouragement and well wishes over the Internet and
elsewhere from the people of Thailand; both from within Thailand and around the world.
We would like to express our heartfelt gratitude for your kind regards, and we are
thankful that so many of you have not forgotten us. We have realized that some people
were curious or had questions regarding our whereabouts over the years. To eliminate
confusion and false rumors, we have decided to take this opportunity to disclose our
situation. 

Over the years, we have been waiting patiently for the order for us to return to Thailand.
As yet, we have received no word from our father, His Royal Highness the Crown Prince,
nor have we received any type of contact from the Royal Household. In 1996, while
studying in England, we were ordered by our father not to return home to Thailand. We
were specifically instructed not to use our royal titles and to use the last name
“Vivacharawongse” instead. We never, at any time, voluntarily renounced our royal titles
nor choose to surrender the “Mahidol” surname. Since we were not receiving any kind of
support from the Royal Household, financial or otherwise, we moved to the United States
with our mother.

When we were younger, we did not understand the drastic change in our lives, nor could
we comprehend why we must live our lives outside of our beloved country. Our mother
would remind us that we have to follow the orders of the Royal Family, and to show our
gratitude and respect. Our situation, at times, was not at all easy. However, we did not
stand idle. Instead we learned to push ourselves to our highest potential, and to behave in
a manner that would not bring shame upon the Royal Family. 

Juthavachara received a bachelor’s degree in avionics and maintenance and a master’s
degree in aeronautical science. After working in the aviation industr y, he is now
attending law school in pursuit of a Juris Doctor degree. Vacharaesorn, after receiving his
bachelor’s degree in political science, a Juris Doctor, and a Master of Law (LLM), is now
a practicing attorney. Chakriwat, received his bachelor’s degree in psychobiology with
chemistry minor, he is currently attending medical school, and will soon begin his
clinical rotations. Vatchrawee double-majored in International Business and Finance, and
has a Master of Business Administration. He is now attending law school in pursuit of a
Juris Doctor degree. 

We are also aware of the many rumors being circulated regarding Chakriwat’s health.
The truth is Chakriwat has been battling Neurofibromatosis (type II) since he was thirteen

years old. The disease causes tumors to appear along his nervous system, and surgery or
radiation treatment is required ever y year or so to remove or otherwise treat these tumors.
Due to numerous radiation treatments he has received, there has been some damage to his
acoustic nerve, and he became deaf in one ear. He will receive another surger y in August
of this year. Despite having to undergo these exhausting procedures on a regular basis,
Chakriwat is determined to complete his medical training.    

For many years we have lived our lives in silence, which caused some speculation that
we wished to remain abroad. To the contrary, as much as we wish to retur n, we could not
defy orders not to return, or speak out to clear our names. We were afraid to risk even
demonstrating the slightest inference of disrespect toward the Royal Family. Many may
wonder why we did not speak out against false rumors or allegations against us. The truth
is, it is better to suffer in silence than risk harm to the institution. We have never given up
hope that, one day, we would receive word from Thailand to allow us to return. Each
year, we write to our grandparents, Their Majesties the King and Queen, our father, His
Royal Highness the Crown Prince, and our aunt, Her Royal Highness Princess Maha
Chakri Sirindhorn. We would write to give them updates on our lives, informing them of
academic progress, any medical issues, and to send well wishes to Their Majesties and
Their Highnesses on New Years and birthdays. However, our letters were never
answered. The communication has always been one sided.

Many people continue to speculate regarding our situation or to spread false and
malicious rumors about us. Rather than addressing these issues in the open, and risk
offending the institution, we have chosen to remain silent. We merely wanted to use this
correspondence as an opportunity to thank the many Thais who still care about us and
remember us, and to state clearly that, every day, we wish to return to Thailand. For
fifteen years, we have never set foot in our countr y, and we miss it far too much. Until we
are permitted to return, however, we will remain loyal to the Royal Family, and pray for
the future of our country. 

We remain faithfully yours,

/s/ Juthavachara    /s/ Vacharaesorn 
Juthavachara      Vacharaesorn 

/s/ Chakriwat      /s/ Vatchrawee 
Chakriwat      Vatchrawee

14 ความคิดเห็น:

  1. ประชาชนไทยอีกหลาย ๆ ล้านคน ยังจงรักภักดีต่อท่านชายทั้ง 4 พระองค์ และยังรอวันที่ท่านจะได้เสด็จกลับประเทศไทย......น่าปลาบปลื้มยินดีที่ได้รับทราบเรื่องท่านชายศึกษาด้านใดบ้าง ขอให้ท่านได้รับอนุญาตให้เสด็จกลับประเทศไทยในเร็ว ๆ วันนี้นะคะ

    ด้วยความจงรักภักดี

    กะทิ

    ตอบลบ
  2. มีความสุขมากที่ได้เห็น Web นี้

    ตอบลบ
  3. สงสารท่านอย่างยิ่งนัก รอวันท่านกลับครับ

    ตอบลบ
  4. Dear family vivacharawongse

    I wish you all a lot of luck!

    ฮักและกึดเติงหาคุณๆทุกคนเจ้า
    คนไทยในต่างแดน

    ตอบลบ
  5. ยังไม่ทันจะได้อ่านเนื้อหาของจดหมายแค่
    เห็นขึ้นเป็นคำเตือน ว่าห้ามนำไปเผยแพร่
    ใจดิฉันก็เต้นแรง..นํ้าตาแทบไหล
    ตื่นเต้นและดีใจ..ที่ท่านชายรับรู้ว่ายังมีพวกเราที่ยังคิดถึงท่านอยู่.
    ความพยายามไม่0เปล่า.
    ท่านคะคิดถึงท่านและหมอ่มจริงๆค่ะ คนดีอยู่ที่ไหนก็มีแต่คนรักคนคิดถึงค่ะ
    สู้ๆนะคะ ขอให้ท่านอย่าท้อ มีกำลังใจอีกเป็นล้าน
    ในเมืองไทยที่มอบให้ท่าน..โดยเต็มใจให้.
    อย่าท้อนะคะดิฉันเข้าใจความรู้สึกของคนที่จากบ้านเกิดเมืองนอนมานาน.อดทนค่ะเทวดาต้องช่วยท่าน.
    รักท่านชายและหมอ่มค่ะ.แม้นมีคนใหม่ ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงรักไปจากท่านได้.
    กลับกัน รักหมอ่มและท่านชายเพิ่มขึ้นซะอีก รัก รัก รัก รัก รัก

    ตอบลบ
  6. วันก่อนมีผู้ส่งmail มาให้ ดีใจมากได้เมลถามกลับไปเพื่อให้แน่ใจ ซึ่งท่านได้ตอบกลับมาและวันนี้มีคนส่งบล็อกนี้มาให้ได้ทราบเรื่องราวของหม่อมเจ้าทั้ง 4ท่านและได้เห็นรูปของท่านแล้วเป็นปลื้มมากๆ เนื่องจากเคยเห็นท่านทั้งสี่ตั้งแต่ทรงพระเยาว์อยู่ ภาพหนึ่งที่จำได้ติดตาจนถึงวันนี้คือภาพที่สมเด็จพระบรมทรงอุ้มท่านอินป้อนข้าวให้ ท่านอินทำเลอะเทอะ สมเด็จพระบรมทรงใช้ผ้าเช็ดปากให้ ส่วนท่านอ้วนนั้นทรงโปรดให้เล่นฟุตบอลแต่เด็กๆมีครูสอนเป็นโคชระดับทีมชาติพวกนามสกุลไชยยงค์
    ที่ดีใจมากก็คือได้ทราบความก้าวหน้าของท่านทั้งสี่พระองค์ล้วนแต่เรียนจบระดับสูงๆทั้งนั้น และหลายท่านเรียนวิชากฎหมายด้วย ก่อนหน้านั้นเคยทราบว่าท่านวัชรเวศรเรียนกฎหมายที่เดียวกับคุณเดียร์ลูกสาวเสธแดง
    ยังระลึกถึงหม่อมสุจาริณีอยู่เสมอและเป็นห่วงสุขภาพของท่านเพราะเคยได้รับอุบัติเหตุ เมื่อได้รับทราบเรื่องราวเช่นนี้ต้องขอชมเชยว่าหม่อมเป็นมารดาผู้ประเสิรฐที่เลี้ยงดูท่านชายทั้งสี่ได้อย่างดีเลิศ
    ท่ายสุดนี้ขออาราธนาอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย อำนาจอันศักดิ์สิทธิของพระสยามเทวาธิราชและพระบุรพมหากษัตริย์ได้โปรดคุ้มครองให้ท่านทั้งสี่พระองค์และหม่อมแม่เจริญด้วยจตุรพิธพรชัย
    ด้วยความรักและเทิดทูนกระหม่อม
    พพ.

    ตอบลบ
  7. เป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ คิดถึงครอบครัว วิวัชรวงศ์ อยู่ตลอดเวลา ขออำนาจพระ
    สยามเทวธิราชทรงปกปักรักษาเลือดเนื้อของหน่อกษัตริย์ให้แคล้วคลาดปลอดภัยด้วยค่ะ

    คอยวันหวนคืนสู่ประเทศไทยค่ะ

    ตอบลบ
  8. ยังหวังว่าสักวันท่านทั้ง 4 คงได้กลับมา จริงๆ แล้วคนไทยที่ไม่ได้ทำความเดือดร้อนอะไรให้กับประเทศชาติ ควรมีสิทธิได้ยืนอยู่บนผืนแผ่นดินไทย แต่หากไม่ได้กลับก็ขอให้พวกท่านรู้ไว้ว่ายังคงมีคนที่ระลึกถึงท่านอยู่ไม่ได้ลืมเลือนไปตามกาลเวลาเลยและจะคอยเป็นกำลังใจให้คะ

    ตอบลบ
  9. ขอเป็นกำลังให้ด้วยค่ะ น้ำตาไหลค่ะ และขอขอบคุณเจ้าของblog ด้วยน่ะค่ะ

    ตอบลบ
  10. คนไทยทุกคน..ทั้งที่ทำความเดือดร้อนและไม่ได้ทำ..ต่างก็มีสิทธิอันชอบธรรมที่จะยืนอยู่บนผืนแผ่นดินไทย

    คนไทยคนไหนทำความผิดก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ไม่มีบทลงโทษใดกำหนดให้เนรเทศคนไทย

    เคสท่านชายและหม่อมถือเป็นการใช้อำนาจนอกระบบครับ

    ตอบลบ
  11. เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นโดยคนอื่นหรือเปล่าครับ ท่านชายทั้ง 4 ไม่น่าจะเขียนพาดพิงถึงราชวงศ์ โดยเฉพาะในหลวงแบบนี้ โดยเฉพาะที่บอกว่า อยากกลับเมืองไทยแต่ไม่เคยได้รับคำตอบจากปู่และย่า

    ตอบลบ
  12. วันจันทร์, สิงหาคม 08, 2011
    The Timesอ้างการสัมภาษณ์1ใน4พี่น้องวิวัชรวงศ์ยืนยันเป็นเจ้าของจดหมายลงวันที่29ก.ค.54จริง

    Richard Lloyd Parry ผู้สื่อข่าว The Times ได้อีเมล์ถาม วัชเรศร (คนที่ 2) ซึ่งเป็นทนายใน สนง. กม. รัฐนิวยอร์ค ยืนยันว่าจริง แต่ไม่อยากคุยอะไรเพิ่มเติม

    ตามไปอ่านต่อได้ที่ลิ้งค์นี้
    http://thaienews.blogspot.com/2011/08/times142954.html

    ตอบลบ
  13. ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

    ตอบลบ
  14. ต้องขอลบข้อความที่อาจจะทำให้บล็อกของเราโดนบล็อกออกไปนะคะ

    ตอบลบ